หรือว่าไม่นานนะแค่ประมาณ 6 เดือนเอง 5555 ที่จริงไม่ใช่ไม่อยากอัพหรอกแต่ว่าเรียนแต่ละวันหนักเหลือเกิน

 ม่ายหวาย  ม่ายหวาย เสาร์-อาทิตย์ก็เหมือนไม่ใช่วันหยุด เอาละบ่นมาเยอะแล้ว ตานี้ก็มาเล่าเรื่องของเราบ้าง

 

ผ่านเทอมหนึ่งมาแล้ว  ----- สอบเสดแล้วโว้ยยยยยยย------- 

 

ดีจัยจนเกือบร้องไห้  แต่ก็อะนะเทอมหนึ่งนี่ว่ายากแล้วก่ว่าจะผ่านไอ้วิชาเทคนิคพยาบาลมาได้  สอบปฏิบัติตั้ง 5รอบ  มาดูดีกว่าว่าเรียนพยาบาลปีสอง เทอมหนึ่งของเราสอบไรกันบ้าง

                   - ครั้งแรกก็สอบวัด vital signs (สัณญานชีพ) อันนี้จิ๊บๆ คะแนนก็ได้มากโขอยู่ ก็แค่วัดไข้ จับชีพจร ดูการหายใจ  วัดความดัน แรกๆก็สั่นนิดๆอะ ไม่รู้กลุ่มเราซวยอะไรนักหนา เรียนกับอาจารย์คนนึง แต่ดันสอบกับอาจารย์อีกคน

                  - ครั้งที่สอง สอบการใส่สายให้อาหาร และการให้อาหารทางสายยาง ดูแล้วเหมือนน่ากลัวนะไม่ต้องตกใจไปเราทำกับหุ่น ไม่ใช่คนจริง ก่อนเข้าห้องสอบสั่นแทบตาย เข้าไปในห้องสอบสั่นยิ่งกว่าเดิม แล้วมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี หลงๆลืมๆไปได้ก็หลายๆอย่าง ไปฟังเพื่อนข้างๆเตียงเอา  5555 ได้มาหลายอย่างเหมือนกัน นึกอะไรไม่ออกก็เงียบไว้ก่อน ฟังมัน ฟังมัน แล้วเอามาประยุกต์ใช้กับตัวเอง ทำเสร็จก็หมดเวลาพอดีแป๊ะ สบายใจจริงๆ กำลังจะออกจากห้องแล้ว อาจารย์ก็มาบอกว่า หนูสองคนนะถนัดคนละข้างแล้วทำไมไม่ยืนสลับกันละค่ะ

..... อ้าว.......  จริงด้วยว่ะ แล้วเรากับเพื่อนก็หันหน้าไม่มองอาจารย์บอกว่า แฮ่ แฮ่ หนูลืมค่ะ ออกมาจากห้องแล้วก็คุยกันกับเพื่อนว่า แล้วทำไมอาจารย์ไม่บอกเราแต่แรกว่ะ ให้ทำจนเสดแล้วค่อยบอก ไม่รู้โดนหักคะแนนอะเปล่า

 วันนี้พอก่อน ไว้มาอัพใหม่ ช่วงนี้กำลังสอบค้า

edit @ 23 Dec 2009 21:04:13 by SoFia

edit @ 23 Dec 2009 21:19:07 by SoFia

edit @ 23 Dec 2009 21:20:20 by SoFia

สัญญาณชีพ..มั่วอะเปล่า

posted on 21 Jun 2009 13:38 by sobasfia

ตั้งแต่เรียนเทคนิคพยาบาลมาหลายคาบ รู้สึกว่าเรื่องนี้ง่ายกว่าทุกๆเรื่อง เพราะของที่ใช้ง่ายนิดเดียว ดูๆแล้วแหมอาจารย์ไม่ต้องสอนก็ได้ ที่ง่ายนะไม่ใช่อะไรหร้อก ก็เรื่องวัดความดัน ชีพจร อุณภูมิ อัตราการหายใจนะเคยฝึกมาหมดแล้วตอนเรียน Physiology แหะ แหะ หวานเลย หวานเลย  เวลาฝึกก็จับคู่กับเพื่อน สลับกันฝึก ครั้งแรกก็วัดอุณหภูมิก่อน สะบัดปรอทตั้งนานหลายรอบแหนะกว่ามันจะลงต่ำกว่า 35 องศา ปวดข้อมือไปหมดเลย แล้วก็จับชีพจรกับนับอัตรการหายใจ อันนี้ของกล้วยๆง่ายจะตาย  และสุดท้ายก็วัดความดัน อันนี้ยากหน่อยกว่าจะหาชีพจรที่ brachial (ข้อพับของแขน) ของเพื่อนเจอ เหงื่อตกเลย ตานี้ก็ง่ายละ วัดความดันใช้เครื่อง steptoscope ฟัง (เครื่องที่หมอเค้าเอามาทาบที่หน้าอกแล้วฟังอะ) ไม่อยากบอกเลยว่าไอ้เครื่องนี้อะใส่เข้าไปในหูแล้วปวดหูมากๆ กว่าจะใช้คล่องมีหวังหูบวมก่อนแน่ จะเอามาใช้ทีไรต้องทำใจทุกรอบ ซ้อมกันไปซ้อมกันมาก็ถึงเวลาสอบซักที แหมรอมานานแล้วนะเนี่ย (ก็อันนี้ง่ายนี่นาเลยอยากสอบเร็วๆ) เวลาสอบก็เหมือนเดิมเลยค่ะ ตื่นเต้น ตื่นเต้น กลัวไปหมดชีพจรที่จับได้ก็เลยทะลุเป้าไปซะ 104 ครั้ง/นาที อาจารย์ตกใจนึกว่าเราเป็นอะไร อย่าว่าแต่อาจารย์เลยตัวเองยังตกใจมิใช่น้อย ก็ตอนซ้อมกับเพื่อนมันก็จับได้แค่ 88 เองนี่หว่า 104 นะมันเกินไปแล้วววว ก็เลยบอกอาจารย์ไปว่าสงสัยหนูคงจะกลัวมั้งค่ะ เลยจับใหม่ตอนไม่มีอาจารย์อยู่ ได้ผลจริงๆ ชีพจรเราลงมาเหลือแค่ 90 เอง ต่อไปก็เป็นตาเราบ้าง เราจับชีพจร อัตรการหายใจ อุณภูมิของเพื่อนก็ปกติดี แต่ที่ไม่ปกติก็คือ ความดันนั่นเอง ไม่อยากบอกเลยว่าชีพจรที่ brachial  ของเพื่อนมันแผ่วเบามากๆ เหมือนกับว่าจะหาไม่เจอ แล้วยิ่งทำต่อหน้าอาจารย์ก็ยิ่งเกร็ง และก็ใช้เวลานานแล้วด้วย สุดท้ายก็เลยต้องเดาเอาว่ามันน่าจะอยู่ตรงนี้ แล้วก็ได้ผล ฟังได้ยินด้วยแต่เสียงที่ได้ยินนะเบาเอามากๆ  จนไม่แน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้มันใช่รึเปล่า แล้วเราก็บอกอาจารย์ไปอย่างที่ได้ยินนะแหละ เหมือนอาจารย์จะไม่เชื่อ เลยขอวัดด้วยตัวเอง ตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวว่าซวยแล้วซิกรู ตายแน่ๆ ถ้าผลออกมาไม่ตรงกัน มีหวังไม่ผ่านแน่ และแล้วก็เหมือนโชคช่วย เพราะอาจารย์วัดแล้วไม่ค่อยได้ยินเหมือนกัน วัดอยู่ 3 รอบแล้วก็บ่นว่าทำไมชีพจรเธอมันเบาอย่างนี้ ฟังไม่ค่อยได้ยินเลย ผลที่ออกมาก็ใกล้เคียงกันนั่นแหละ สรุปว่าผ่านค่ะ ดีใจแทบตาย  แต่ไอ้เพื่อนเรานี่สิบ่นไม่เลิกซักทีว่าปวดแขน ปวดแขน ก็จะไม่ให้มันบ่นได้ไงละ โดนวัดความดันตั้งสี่รอบแหนะ 555 สมน้ำหน้ามัน

mask gown gloves

posted on 20 Jun 2009 10:51 by sobasfia

ข้อหนึ่งที่ไม่สมควรลืมก่อนปฏิบัติการพยาบาลทุกครั้งคือ การล้างมือ  ล้างเสร็จก็เริ่มฝึกเลยละกัน วันนี้เรียนเรื่องการใช้ mask (หน้ากาก) gown (เสื้อคลุม) gloves (ถุงมือ) ที่ผ่านกระบวนการสเตอร์ไรด์แล้ว จะต้องใส่ตามลำดับเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ครั้งแรกก็ใส่ msak ก่อน อันนี้ใส่ง่าย ค่อยๆหยิบ forcept เปิดหม้อใส่ mask ที่สเตอร์ไรด์แล้ว แล้วใช้ forcept คีบเอา mask ออกมา แล้วเอามาใส่ ถัดมาก็ใส่ gown อันนี้ก็ใส่ยากเหมือนกัน ต้องค่อยๆใส่อย่าให้มือโดนส่วนทีสเตอร์ไรด์ จะบอกว่าเวลาใส่ต้องระวังมากๆ ยุ่งยากโคตร โคตร  ถ้าถึงเวลาจริงคนไข้คงเสียเลือด ช็อกตายไปก่อนมั้ง และสุดท้ายก็คือ การใส่ gloves ต้องหาเบอร์ให้เท่ากับมือตัวเองอีก กว่าจะหาเจอ เพื่อนๆก็ซ้อมกันเกือบเสร็จ และแล้วก็ถึงวินาทีที่น่าตื่นเต้น    นั่นก็คือ การประเมินนี่เอง ตอนประเมินก็ลืมตัวตลอดเลย มือชอบไปโดนส่วนที่สเตอร์ไรด์  เวลาทำก็เก้งๆ กังๆ สั่นไปหมด แหมก็มันตื่นเต้นนี่นา  สุดท้ายก็ไม่พ้นโดนอาจารย์ว่าอยู่ดี เห้อ เห้อ เห้อ และที่ซวยสุดๆก็คือ ดันประเมินเสร็จเป็นคนสุดท้าย เลยต้องอยู่ช่วยเก็บของที่เพื่อนๆบางคนทำแล้วไม่ยอมเก็บเข้าที่ ปิดแอร์ ปิดไฟ ปิดม่านให้เรียบร้อย กว่าจะเสร็จก็ตาลาย ท้องร้อง หิวข้าวแทบตาย  หุ หุ และแล้วก็จบไปอีกเรื่อง

edit @ 20 Jun 2009 11:45:14 by SoFia